ซ่อมบำรุง ดูแลเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน ยืดอายุการใช้งานและช่วยลดค่าไฟ

0 Comments

ซ่อมบำรุง ดูแลเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน ยืดอายุการใช้งานและช่วยลดค่าไฟ วิธีการดูแลรักษาอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน อยากถนอมและยืดอายุการใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านของคุณให้ยาวนานมากยิ่งขึ้น มาดูเคล็ดลับดี ๆ กันค่ะ

เพราะเครื่องใช้ไฟฟ้าเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับทุกบ้าน ฉะนั้นเราจึงต้องคอยดูแลเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านให้ใช้งานได้ดีอยู่เสมอ ซึ่งถ้าหากใครยังไม่รู้ว่าเครื่องใช้ไฟฟ้าแต่ละชนิดต้องการการดูแลรักษาอย่างไรให้ถูกวิธี วันนี้มีเคล็ดลับการดูแลรักษาเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคมาฝาก โดยมีทั้งไฟฟ้า พัดลม เตารีด เครื่องเป่าผม เครื่องดูดฝุ่น ตู้เย็น ตู้แช่ หม้อหุงข้าว เครื่องสูบน้ำ เครื่องซักผ้า มอเตอร์ไฟฟ้า เตาอบ เตาไฟฟ้า ไมโครเวฟ เครื่องทำน้ำอุ่น และเครื่องปรับอากาศเลยล่ะ เอาเป็นว่าถ้าหากใครอยากถนอมและยืดอายุการใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้าให้ยาวนานมากยิ่งขึ้น ก็ตามมาดูเคล็ดลับเหล่านี้กันได้เลย

การดูแลอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า (การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค)

แน่นอนว่าเครื่องใช้ไฟฟ้าเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับทุกบ้าน การใช้อุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า จึงควรใช้อย่างทนุถนอมและหมั่นดูแลรักษาให้ใช้งานได้ดี เพื่อยืดอายุการใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้าของคุณให้นานขึ้น วันนี้เราจึงมีข้อมูลดี ๆ ในการดูแลรักษาอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า จากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค มาฝากกัน ลองทำตามคำแนะนำเหล่านี้ดู เครื่องใช้ไฟฟ้าของคุณจะได้ใช้ได้อีกนาน ๆ นะคะ

=ไฟฟ้าส่องสว่าง=

– ควรปิดไฟทุกครั้งเมื่อไม่มีคนอยู่ในห้อง

– เลือกใช้หลอดไฟที่มีกำลังวัตต์เหมาะสมกับการใช้งาน

– สำหรับบริเวณที่ต้องการความสว่างมาก ภายในอาคารควรเลือกใช้หลอดฟลูออเรสเซนต์ ส่วนภายนอกอาคารควรเลือกใช้หลอดไอโซเดียม และหลอดไอปรอท

– ควรใช้ฝาครอบดวงโคมแบบใสหากไม่มีปัญหาเรื่องแสงจ้า และหมั่นทำความสะอาดอยู่เสมอ

– พิจารณาใช้โคมไฟตั้งโต๊ะสำหรับงานที่ต้องการแสงสว่างจุดเดียว ทีวี วิทยุ ปิดเครื่องทุกครั้งเมื่อไม่ได้ดู

– ควรถอดปลั๊กเมื่อไม่ใช้เป็นเวลานาน

– ควรเลือกใช้โคมไฟแบบสะท้อนแสงแทนแบบเดิมที่ใช้พลาสติกปิด

– ควรใช้หลอดฟลูออเรสเซนต์หรือหลอดคอมแพคฟลูออเรสเซนต์ แทนหลอดไส้ ซึ่งมีคำแนะนำในการใช้ดังนี้

– หลอดฟลูออเรสเซนต์แบบผอม ขนาด 18 วัตต์ และ 36 วัตต์ มีความสว่างเท่ากับ หลอด 20 วัตต์ และ 40 วัตต์แต่ประหยัดไฟกว่า และสามารถใช้แทนกันได้ โดยไม่ต้องเปลี่ยนบัลลาสต์และสตาร์ทเตอร์

– หลอดคอมแพคฟลูออเรสเซนต์มี 2 ชนิด คือ ชนิดมีบัลลาสต์ภายใน สามารถใช้แทนหลอดกลมแบบเกลียวได้ ส่วนหลอดที่มีบัลลาสต์ภายนอก จะมีขาเสียบเพื่อต่อกับตัวบัลลาสต์ที่อยู่ภายนอก

=พัดลม=

– เปิดความเร็วลมพอควร

– เปิดเฉพาะเวลาใช้งาน

– ควรเปิดหน้าต่างใช้ลมธรรมชาติแทนถ้าทำได้

=เตารีด=

เตารีดเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าประเภทให้ความร้อน ซึ่งในการรีดแต่ละครั้งจะกินไฟมาก ดังนั้นจึงควรรู้จัดวิธีใช้อย่างประหยัดและปลอดภัย ดังนี้

– ก่อนอื่นควรตรวจสอบดูว่าเตารีดอยู่ในสภาพพร้อมที่จะใช้งานหรือไม่ เช่น สาย ตัวเครื่อง เป็นต้น

– ตั้งปุ่มปรับความร้อนให้เหมาะสมกับชนิดของผ้า

– อย่าพรมน้ำจนเปียกแฉะ

– ดึงเต้าเสียบออกก่อนจะรีดเสร็จประมาณ 2-3 นาที แล้วรีดต่อไปจนเสร็จ

– ควรพรมน้ำพอสมควร

– ถอดปลั๊กออกเมื่อไม่ได้ใช้

– ควรรีดผ้าคราวละมากๆ ติดต่อกันจนเสร็จ

– ควรเริ่มรีดผ้าบาง ๆ ก่อน ขณะเตารีดยังไม่ร้อน

– ควรดึงปลั๊กออกก่อนรีดเสร็จเพราะยังร้อนอีกนาน

– ควรซักและตากผ้าโดยไม่ต้องบิด จะทำให้รีดง่ายขึ้น

=เครื่องเป่าผม=

– เช็ดผมก่อนใช้เครื่อง เพื่อประหยัดเวลาและพลังงาน

– ควรขยี้และสางผมไปด้วยขณะเป่า

การดูแลเครื่องใช้ไฟฟ้า

เครื่องดูดฝุ่น

– ควรเอาฝุ่นในถุงทิ้งทุกครั้งที่ใช้แล้วจะได้มีแรงดูดดี ไม่เปลืองไฟ

=ตู้เย็น ตู้แช่=

– ตั้งอุณหภูมิให้พอเหมาะ

– ไม่นำของร้อนใส่ตู้เย็น

– ปิดประตูตู้เย็นทันที หลังนำของเข้าและออก

– ปิดประตูตู้เย็นให้สนิท

– หากยางขอบประตูรั่วให้รีบแก้ไข

– เลือกตู้เย็นหรือตู้แช่ชนิดมีประสิทธิภาพสูง

– ควรใช้ตู้เย็นขนาดเหมาะกับครอบครัว

– ควรตั้งตู้เย็นให้ห่างจากแหล่งความร้อน ให้หลังตู้ห่างจากฝาเกิน 15 เซ็นติเมตร เพื่อระบายความร้อนได้สะดวก ไม่เปลืองไฟฟ้า

– ควรหมั่นทำความสะอาดแผงระบายความร้อน

– ควรเก็บเฉพาะอาหารเท่าที่จำเป็น

การเลือกซื้อตู้เย็นและตู้แช่ มีคำแนะนำให้ท่านพิจารณาก่อนซื้อ ดังนี้

– เลือกขนาดให้พอเหมาะกับความต้องการของครอบครัว

– ตู้เย็นแบบประตูเดียวกินไฟน้อยกว่าแบบ 2 ประตู

– ควรวางตู้เย็นให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก

– ตั้งสวิตช์ควบคุมอุณหภูมิให้เหมาะกับจำนวนของที่ใส่

– อย่าเปิดตู้เย็นทิ้งไว้นาน ๆ และอย่านำของร้อนมาแช่

– หมั่นละลายน้ำแข็งเมื่อเห็นว่าน้ำแข็งเกาะหนามาก

=หม้อหุงข้าวไฟฟ้า=

หากรู้จักใช้อย่างถูกต้อง จะสามารถประหยัดพลังงานไฟฟ้าได้มาก โดยมีข้อแนะนำดังนี้

– ควรหุงข้าวให้พอดีกับจำนวนผู้รับประทาน

– ควรถอดเต้าเสียบออกเมื่อข้าวสุกแล้ว

– อย่าทำให้ก้นหม้อตัวในเกิดรอยบุบ จะทำให้ข้าวสุกช้า

– หมั่นตรวจบริเวณแท่นความร้อนในหม้อ อย่าให้เม็ดข้าวเกาะติด จะทำให้ข่าวสุกช้าและเปลืองไฟ

– ใช้ขนาดหม้อหุงข้าวที่เหมาะสมกับจำนวนสมาชิกในครอบครัว

– ควรดึงปลั๊กออกเมื่อข้าวสุกพอแล้ว ปัจจุบันหม้อหุงข้าวไฟฟ้ามีใช้กันมาก หม้อต้มน้ำ หม้อต้มกาแฟ

– ใส่น้ำให้มีปริมาณพอควร

– ควรปิดฝาให้สนิทขณะต้ม

– ควรปิดสวิตช์ทันทีเมื่อน้ำเดือด

=เครื่องสูบน้ำ=

– ควรติดตั้งอุปกรณ์อัตโนมัติควบคุมระดับน้ำในถังและหมั่นปรับตั้งให้ถูกต้องเสมอ

– ติดตั้งท่อน้ำให้มีขนาดเหมาะสมกับขนาดปั้ม

– ควรตรวจแก้ไขจุดรั่วในระบบน้ำ

– ควรใช้น้ำอย่างประหยัด

– ควรติดตั้งถังเก็บน้ำในตำแหน่งที่ไม่สูงเกินไป

เครื่องสูบน้ำเป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าที่อำนวยความสะดวกอย่างยิ่งซึ่งใช้มอเตอร์ไฟฟ้าในการสูบน้ำไปยังถังเก็บหรือเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ ซึ่งมีวิธีการใช้อย่างประหยัดดังนี้

– ควรติดตั้งอุปกรณ์อัตโนมัติควบคุมระดับน้ำในถังเก็บ และดูแลรักษาให้ทำงานได้อยู่เสมอ

– ตรวจสอบรอยรั่วตามข้อต่อต่าง ๆ หากพบควรรับซ่อมแซมแก้ไขโดยเร็ว

– หากตัวถังเก็บน้ำไม่มีอุปกรณ์อัตโนมัติควบคุมระดับน้ำ ควรดูแลอย่าให้น้ำล้นถัง

– เครื่องสูบน้ำแบบใช้สายพานต้องตรวจสอบไม่ให้หย่อนหรือตึงเกินไป

=เครื่องซักผ้า=

– ควรใส่ผ้าแต่พอเหมาะ ไม่น้อยเกินไป และไม่มากจนเกินกำลังเครื่อง

– ควรใช้น้ำเย็นซักผ้า ส่วนน้ำร้อนให้ใช้เฉพาะกรณีรอยเปื้อนไขมันมาก

วิธีใช้เครื่องซักผ้าให้ประหยัดไฟฟ้าควรปฏิบัติดังนี้

– ควรใส่ผ้าที่จะซักตามคำแนะนำของแต่ละเครื่อง

– หากมีผ้าต้องซัก 1-2 ชิ้น ควรซักด้วยมือ

– หากมีแสงแดดไม่ควรใช้เครื่องอบแห้ง ควรจะนำเสื้อผ้าที่ซักเสร็จมาตากแดด

=มอเตอร์ไฟฟ้า=

– ควรตรวจสอบแก้ไข และอัดจารบีตามวาระ

– ปรับปรุงสายพานมอเตอร์ เช่น ปรับความตึงสายพาน เปลี่ยนสายพานใหม่

– พิจารณาเปลี่ยนระบบควบคุมความเร็วของมอเตอร์เป็นระบบอีเล็กทรอนิกส์

เตาอบ เตาไฟฟ้า ไมโครเวฟ

เครื่องใช้ไฟฟ้าประเภทนี้ ใช้ความร้อนมาทำให้อาหารสุก หากให้ความร้อนสูญเสียไปโดยการใช้ไม่ถูกวิธี ทำให้อาหารสุกช้าลง กินกระแสไฟเพิ่มขึ้นจึงมีข้อแนะนำการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าประเภทนี้อย่างประหยัดคือ

– ควรเตรียมเครื่องปรุงในการประกอบอาหารให้พร้อมก่อนใช้เตา

– ควรใช้ภาชนะก้นแบนและเป็นโลหะจะทำให้รับความร้อน จากเตาได้ดี

– ในการหุ่งต้มอาหารควรใส่น้ำให้พอดีกับจำนวนอาหาร

– ในระหว่างอบอาหารอย่าเปิดตู้อบบ่อย ๆ

– ถอดเต้าเสียบทันทีเมื่อปรุงอาหารเสร็จเรียบร้อย

– ควรหรี่ไฟและปิดฝาหม้อในกรณีที่ต้องเคี่ยว

– ควรเตรียมเครื่องปรุงให้พร้อมก่อนใช้เตา

– ควรใช้เตาชนิดมองไม่เห็นขดลวดซึ่งไม่เสียความร้อน สูญเปล่ามาก และปลอดภัยกว่า

– ควรใช้พาหนะก้นแบนขนาดพื้นที่ก้นเหมาะกับพื้นที่หน้าเตาและใช้พาหนะที่มีเนื้อโลหะรับความร้อนได้ดี หากเป็นไปได้ให้ใช้กับเตาไฟฟ้าซึ่งมีขายทั่วไปอยู่แล้ว

– ควรปิดฝาภาชนะให้สนิทขณะตั้งเตา

=เครื่องทำน้ำอุ่น=

วิธีการใช้เครื่องทำน้ำอุ่นให้ประหยัดและปลอดภัย

– ปรับปุ่มความร้อนให้เหมาะสมกับร่างกาย

– ปิดวาล์วทันทีเมื่อไม่ใช้งาน

– หากมีรอยรั่วควรรีบทำการแก้ไขทันที

– ต่อสายลงดินในจุดที่จัดไว้ให้ของเครื่องทำน้ำอุ่น

– ปิดสวิชต์ไฟฟ้าของเครื่องทำน้ำอุ่นเมื่อไม่ใช้

– ปฏิบัติตามคำแนะนำที่แนบมากับเครื่อง

– ใช้เครื่องขนาดพอสมควร

– ปรับปรุงความร้อนไม่ให้ร้อนเกินความจำเป็น

– ปิดก๊อกทุกครั้งเมื่อไม่ใช้งาน

– ในฤดูร้อนไม่จำเป็นต้องใช้น้ำร้อน หรือน้ำอุ่น

– ควรใช้น้ำอุ่นที่ได้ความร้อนจากแสงอาทิตย์

=เครื่องปรับอากาศ=

– ปิดเครื่องทุกครั้งเมื่อไม่อยู่

– ปิดประตูหน้าต่างและผ้าม่านกันความร้อนจากภายนอก

– ตั้งอุณหภูมิไม่ควรต่ำกว่า 26 องศาเซลเซียส

– ควรใช้เครื่องขนาดเหมาะสมกับขนาดห้อง

– ควรเลือกเครื่องปรับอากาศที่มีประสิทธิภาพสูง

– ควรติดตั้งเครื่องระดับสูงพอเหมาะ และให้อากาศร้อนระบายออกด้านหลังเครื่องได้สะดวก

– ควรบุผนังห้อง และหลังคาด้วยฉนวนกันความร้อน

– ควรบำรุงรักษาเครื่องให้มีสภาพดีตลอดเวลา

– ควรหมั่นทำความสะอาดแผ่นกรองอากาศ และแผงระบายความร้อน

– ในฤดูหนาวขณะที่อากาศไม่ร้อนมากเกินไป ไม่ควรเปิดเครื่องปรับอากาศ

– ปิดประตู หน้าต่างให้มิดชิดไม่ให้ความเย็นรั่วไหล

– พิจารณาติดตั้งบังแสงหรือกันแดด เพื่อลดภาระการทำงานของเครื่อง

การใช้เครื่องปรับอากาศให้มีความเย็นที่สบายต่อร่างกาย จะประหยัดค่าไฟฟ้าอย่างได้ผล ซึ่งควรปฏิบัติดังนี้

– ควรเลือกใช้ขนาดที่เหมาะสมกับขนาดของห้อง

– ควรใช้ผ้าม่านกั้นประตูหน้าต่าง เพื่อป้องกันความร้อนจากภายนอก

– ตั้งปุ่มปรับอุณหภูมิให้เหมาะสมต่อร่างกาย (ประมาณ 26 องศาเซลเซียส)

– หมั่นทำความสะอาดแผ่นกรองอากาศ

– ปฏิบัติตามคำแนะนำที่แนบมากับเครื่องปรับอากาศ