ดูหนัง : Detective Chinatown 3 ถึงทีแก๊งม่วนจะไปป่วนโตเกียว

0 Comments

ดูหนัง : Detective Chinatown 3 ถึงทีแก๊งม่วนจะไปป่วนโตเกียว หลังจากเหตุการณ์ในกรุงเทพฯและนิวยอร์ก ถังเหริน (Wang Baoqiang) และฉินเฟิง (Liu Haoran) ได้รับเชิญไปโตเกียว เพื่อตรวจสอบอาชญากรรมอื่นที่เกิดขึ้นที่นั่น ที่โตเกียวเกิดเหตุอาชญากรรมครั้งใหญ่ในนครโตเกียว คู่หูนักสืบแก๊งม่วนชื่อกระฉ่อน ถังเหริน และฉินเฟิง สองลุงหลานจึงได้รับการเชื้อเชิญให้มาสืบคดีดังกล่าว

งานนี้ เขาร่วมประสานมือกับ โนดะ ฮิโรชิ (Satoshi Tsumabuki) นักสืบตัวท็อปของญี่ปุ่น นอกจากนี้ พวกเขายังต้องมาเจอนักสืบจอมบู๊ตัวฉกาจอย่าง แจ็คจา (จา พนม) ทำให้แก๊งม่วนครั้งนี้จะป่วนไปมาขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า

ซึ่งนำไปสู่การต่อสู้ระหว่างนักสืบที่แข็งแกร่งที่สุดในเอเชีย และมาพร้อมกับเสียงหัวเราะที่ฮาเกินพิกัด ถังเหริน และฉินเฟิง พวกเขาถูกพาไปพบกับผู้ต้องสงสัย ที่เป็นผู้ก่ออาชญากรรม ในการสังหาร Don แต่ทว่า ผู้ต้องหาคนนั้นได้ถูกระบุว่าไม่มีความผิด

ภายหลังจากตรวจร่างกาย ถังเหริน พบเข็มทิ่มในร่างกายของเหยื่อ ซึ่งไม่มีรายงานในรายงานการชันสูตรพลิกศพ นอกจากนี้เขายังพบว่า มีการใช้เครื่องกระตุ้นการมองเห็นของแว่นตาที่แตก และพบกระจกที่หายไปจากรถของ Don ที่ถูกสังหาร

ผู้พิพากษาว่า แอนนา เป็นผู้ก่อเหตุฆาตกรรม โดยแสดงอาวุธสังหารและตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด แอนนาเป็นลูกสาวของผู้ต้องสงสัยว่าเป็นฆาตกรที่ทิ้งเธอและแม่ไปในช่วงเวลาที่เลวร้ายที่สุด แอนนาวางแผนที่จะทำให้พ่อของเธอต้องทนทุกข์ทรมาน ด้วยการแก้แค้นให้กับความทุกข์ทรมาน และความตายของแม่

โดยทำให้เขาต้องสงสัยในการฆาตกรรมที่เธอก่อขึ้น ภาพยนตร์เรื่องนี้จบลงด้วยนักสืบทุกคนจากแอพสืบสวนที่รวมตัวกันต่อต้าน Q ซึ่งกลายเป็นกลุ่มบุคคลที่มีไอคิวสูงวางแผนที่จะทำลายระบบที่เป็นที่ยอมรับของโลก

หนังเรื่องนี้มุ่งเน้นการแฝงตัวเข้าไปสืบคดีของแก๊งม่วนในแถบไชน่าทาวน์ของประเทศต่างๆ เริ่มจากภาคแรกที่มาเยือนเยาวราช ไชน่าทาวน์เมืองไทย ก่อนจะไปไชน่าทาวน์ในนิวยอร์ก และมาภาคนี้ที่สาม พวกเขาย้ายไปป่วนกันที่โตเกียว

เป็นหนังดังที่ทำรายได้มากขึ้นในทุกภาคที่เข้าฉายในจีน แถมภาคที่สามนี้ ยังทำรายได้เปิดตัวแซงหน้า Avengers: Endgame เสียด้วยซ้ำ เรียกได้ว่า ไม่ไว้หน้าเหล่าซูเปอร์ฮีโร่ของโลกกันเลยทีเดียว

ภาคนี้เริ่มต้นเรื่องราวด้วยการแฟลชแบ็กเล็กๆ ที่ไม่ได้ช่วยให้คนที่ไม่เคยดูภาคก่อนๆ มาเลยให้เข้าใจที่มาที่ไปของพระเอกมากนัก เหมือนรีบเร่งใส่ข้อมูลรวบรัดเกินไปแต่น่าจะช่วยได้มากสำหรับคนที่เคยดูมาก่อนแล้ว

จากนั้น ก็ตัดมาที่การนั่งเครื่องมาลงที่โตเกียวและพบเจอเหตุการณ์ยุ่งเหยิงชนิดเว่อร์วัง เรียกได้ว่า จู่โจมอย่างกะทันหันไม่ได้ทันตั้งตัว จัดอลังการงานสร้างจนเกินเบอร์ไปมาก

อีกส่วนหนึ่งคือ เวอร์ชันที่ได้ดูนั้นเป็นแบบพากย์ไทย ได้ทีมงานพันธมิตรมาร่วมงาน ซึ่งเราก็พบว่า ในหลายช่วงของการเล่าเรื่อง เสียงของตัวละครประกอบที่ส่งเสียงโหวกเหวกโวยวายนั้นกลับดังเทียบเท่ากันกับเสียงตัวละครหลักที่บอกเล่าบรรยายข้อมูลอันสำคัญของเรื่อง ทำให้เสียงมันตีกันจนเป็นปัญหาในการทำความเข้าใจเรื่องราว

ครั้งนี้ แก๊งม่วนมาเยือนโตเกียว พวกเขาก็ตะลุยไปทุกที่ที่ผู้คนจะจดจำได้เมื่อต้องไปเยือนนครหลวงแห่งญี่ปุ่นเช่นนี้ จัดตั้งแต่สนามบิน ลงไปใต้ดิน ขึ้นมาโปรยเงินในย่านชิบุยะ หลายฉากก็จัดใหญ่จัดเต็มชนิด ‘อย่างนี้ก็ได้ด้วยเหยอ?’ เอารถโกคาร์ทมาวิ่งกันบนถนน วิ่งขึ้นรถนักท่องเที่ยว

แล้วให้จา พนม ขี่จักรยานวิ่งตามไรงิ แต่มันก็เป็นความเล่นใหญ่ที่มุ่งหมายให้ความบันเทิง…หนังจีนจะให้อะไรกับเราแบบนั้น แถมพี่จา พนม ดูจะทุ่มทุนมากกว่าเรื่องไหน ภาคนี้ได้บทพูดเพิ่มมากมาย ไม่พอยังได้ซีนที่ต้องใส่ชุดเป็นมารุโกะอีก จะเอาฮาไปไหน?

นอกเหนือจะโปรดักซันเวอร์วังอลังการเกินเบอร์แล้ว ก็ยังมีดาราดังรับเชิญมาปรากฏตัวในหนังด้วย เล่นเอาผู้ชมต่างร้อง “โอ้วว” กันทั้งโรง

ในส่วนของการไขคดีสืบหาว่าใครคือฆาตกรตัวจริงก็ชวนปวดเศียรเวียนเกล้าอยู่ไม่น้อย มีความซับซ้อนพอประมาณพลิกผันเซอร์ไพรส์กันระนาว แต่ในระหว่างทางก็มีฉากเรียกเสียงฮามาเป็นระยะๆ หลายฉากมีความอิงหนังอเมริกา มีช่วงของการเล่นเกมตะลุยด่านไขคดีมาแทรกอีกต่างหาก

สรุป
สำหรับภาคนี้ เป็นภาคที่ 3 ซึ่งในภาคนี้ได้ขยายมาป่วนถึงเมืองไทย หากเราจะเปรียบเทียบระหว่างสองภาคแรก บอกได้เลยว่า ในภาคนี้ จะเรียกได้ว่า เป็นหนังรวมดาราเอเชีย ก็ว่าได้ และได้ขนดารามาจากหลากหลายประเทศ ดูสนุกได้เรื่อยๆ จนจบเรื่อง และแถมในการสืบคดีค้นหาฆาตรกร ก็ซ่อนเงื่อน ให้ลองผิด พลิกผลัน ได้ลุ้นระทึกอีกด้วย จัดได้ว่า เป็นหนังที่ดูได้สนุกสนาน ดูได้ทุกคนในครอบครัว แถมมีเสียงหัวเราะด้วย ติดอยู่ที่ ขณะที่การพากย์ไทย ก็ยังเล่นมุกเลอะเทอะ ไม่หยุดหย่อน เท่านั้นเอง