ยาพ่นจมูก มีอยู่ด้วยกันกี่ประเภท

0 Comments

ยาพ่นจมูก มีอยู่ด้วยกันกี่ประเภท เคยมีอาการแบบนี้หรือไม่? “รู้สึกหายใจไม่สะดวกโดยเฉพาะเวลาหายใจเข้า จนต้องอ้าปากหายใจ” แถมบางคนได้รับยาขยายหลอดลมมาใช้ ไม่ว่าจะเป็นชนิดพ่นเข้าทางปากหรือยารับประทาน แต่อาการก็ไม่ดีขึ้น มิหนำซ้ำยังทำให้เกิดอาการข้างเคียง เช่น ใจสั่น มือสั่น และนอนไม่หลับ เป็นต้น ซึ่งจริงๆ แล้วการใช้ยาไม่ได้ผลอาจเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น ใช้ยาไม่ถูกต้องโดยเฉพาะยาพ่น แต่บางครั้งก็เป็นไปได้เช่นกันว่าอาการที่ว่ามานั้นไม่ได้เกิดจากหลอดลมตีบ แต่อาจมีการตีบของโพรงจมูกจากโรคจมูกอักเสบ(rhinitis) ในบทความนี้ เราลองมาทำความรู้จักกับโรคนี้ว่าเป็นอย่างไร และมียาพ่นจมูกชนิดใดบ้างที่ใช้ในการรักษา

ยาพ่นจมูกมีทั้งชนิดหาซื้อใช้ได้เองหรือต้องใช้ตามคำสั่งแพทย์ และมีอยู่ด้วยกันหลายประเภท โดยทั่วไปแบ่งออกเป็น 5 กลุ่มหลัก ได้แก่

ยาพ่นจมูก

ยาพ่นจมูกกลุ่มยาสเตียรอยด์ เป็นยาลดการอักเสบที่มักเป็นตัวเลือกอันดับต้น ๆ สำหรับนำมาใช้รักษาอาการของโรคภูมิแพ้ เช่น อาการบวมในจมูก น้ำมูกไหล คัดจมูก หรืออาจนำมาใช้รักษาโรคหรือภาวะอื่น ๆ เช่น โพรงจมูกอักเสบ โรคจมูกอักเสบชนิดไม่แพ้ (Non-Allergic Rhinitis) ริดสีดวงจมูก เป็นต้น หลังใช้ยานี้ผู้ป่วยมักมีอาการดีขึ้นภายในประมาณ 2-3 วัน หรืออาจใช้เวลานานเป็นสัปดาห์

ตัวอย่างยาในกลุ่มนี้ ได้แก่ ยาบูเดโซไนด์ ยาบีโคลเมทาโซน ยาฟลูติคาโซน และยาโมเมทาโซน

ยาพ่นจมูกกลุ่มยาแก้แพ้ เป็นยาที่ออกฤทธิ์โดยการยับยั้งผลกระทบจากสารฮีสตามีนที่หลั่งออกมาเมื่อร่างกายได้รับสารก่อภูมิแพ้ ช่วยลดอาการคัดจมูก คันจมูก น้ำมูกไหล และจาม ยาพ่นจมูกกลุ่มยาแก้แพ้มักทำให้ผู้ป่วยมีอาการง่วงน้อยกว่ายาแก้แพ้ชนิดรับประทาน

ตัวอย่างยาในกลุ่มนี้ ได้แก่ ยาอะซีลาสตีน

ยาพ่นจมูกกลุ่มยาลดอาการคัดจมูก เป็นยาลดอาการคัดจมูก ออกฤทธิ์โดยการลดอาการบวมของหลอดเลือดและเนื้อเยื่อในจมูก ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการคัดจมูก

ตัวอย่างยาในกลุ่มนี้ ได้แก่ ยาออกซีเมตาโซลีน และยาฟีนิลเอฟรีน

ยาพ่นจมูกกลุ่มยาต้านโคลิเนอร์จิก (Anticholinergic) เป็นยาลดอาการน้ำมูกไหล ออกฤทธิ์โดยช่วยป้องกันการผลิตเมือกหรือมูกออกมาจากต่อมภายในจมูกมากเกินไป

ตัวอย่างยาในกลุ่มนี้ ได้แก่ ยาไอปราโทรเปียม

ยาพ่นจมูกกลุ่มมาสต์เซลล์อินฮิบิเตอร์ (Mast Cell Inhibitor) เป็นยาป้องกันการปลดปล่อยสารฮีสตามีนในร่างกาย ช่วยลดอาการที่เกิดจากโรคภูมิแพ้ เช่น จาม คัดจมูก น้ำมูกไหล เป็นต้น โดยอาจช่วยลดอาการดังกล่าวได้ภายใน 30 นาที และเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ควรเริ่มใช้ตั้งแต่ 1 หรือ 2 สัปดาห์ ก่อนช่วงเวลาที่ผู้ป่วยมีความเสี่ยงเกิดการกำเริบของโรคภูมิแพ้ ซึ่งปัจจัยเสี่ยงในการเกิดโรคภูมิแพ้กำเริบของแต่ละคนจะแตกต่างกันไป

ตัวอย่างยาในกลุ่มนี้ ได้แก่ ยาโครโมลินโซเดียม

วิธีใช้ยาพ่นจมูก

การใช้ยาพ่นจมูกในเบื้องต้นทำได้โดยเริ่มจากการชำระล้างช่องจมูก จากนั้นเตรียมที่พ่นยาและเขย่าขวดยาก่อนใช้ เริ่มพ่นยาโดยใช้นิ้วปิดรูจมูกไว้ 1 ข้าง นำหัวฉีดจ่อใต้รูจมูกข้างที่ไม่ได้ปิดโดยให้นิ้วโป้งอยู่ใต้ขวดยาพ่น จากนั้นค่อย ๆ กดพ่นยาและหายใจเข้าช้า ๆ ปล่อยให้ยาทำงาน ทั้งนี้ ไม่ควรพ่นเข้าหาผนังกั้นโพรงจมูก รวมทั้งห้ามล้างจมูกและพยายามอย่าจามในทันทีหลังจากที่พ่นยา เมื่อพ่นยาเรียบร้อยแล้วควรทำความสะอาดช่องคอโดยการบ้วนปากและกลั้วคอทุกครั้ง

คำเตือนในการใช้ยาพ่นจมูก

ยาพ่นจมูกแต่ละประเภทล้วนมีข้อบ่งชี้ ข้อควรระวังในการใช้ยา และส่วนประกอบในยาที่แตกต่างกันออกไป ดังนั้น ผู้ป่วยควรแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบถึงอาการป่วยในปัจจุบัน ประวัติทางการแพทย์ และประวัติการแพ้ยาต่าง ๆ รวมทั้งศึกษาวิธีการใช้ยาและคำเตือนบนฉลากให้ดีก่อนใช้ยาเสมอ เพื่อป้องกันการเกิดอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยาผิดวิธี