ศรีลังกายกเลิกโครงการรถไฟฟ้ารางเบาทุนญี่ปุ่น

0 Comments

ผู้นำศรีลังกามีคำสั่งให้ยกเลิก โครงการก่อสร้างระบบรถไฟฟ้ารางเบา มูลค่า 1,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (47,217 ล้านบาท) ที่รัฐบาลญี่ปุ่นสนับสนุนเงินทุน โดยให้เหตุผลว่า ไม่ใช่การแก้ปัญหาที่คุ้มค่า สำหรับการจราจรที่ติดขัดหนัก ในเขตเมืองหลวงกรุงโคลัมโบ

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงโคลัมโบ ประเทศศรีลังกา เมื่อวันที่ 24 ก.ย. ว่า ข้อตกลงโครงการรถไฟฟ้ารางเบา ที่เซ็นลงนามภายใต้รัฐบาลศรีลังกาชุดที่แล้ว นับเป็นโครงการสาธารณูปโภค ที่ต่างชาติสนับสนุนเงินทุน ขนาดใหญ่สุดของประเทศ และถูกมองว่าเป็นการลดการพึ่งพาจีน

ประธานาธิบดีโกตาพญา ราชปักษา ผู้นำศรีลังกา ที่ชนะการเลือกตั้งเมื่อปีที่แล้ว ได้สั่งการไปยังกระทรวงคมนาคม “ให้ยกเลิกโครงการนี้ และปิดสำนักงานโครงการในทันที”

เบื้องต้นยังไม่มีความเห็นจาก องค์การความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น หรือ ไจก้า (Japan International Cooperation Agency-JICA ) ซึ่งในเดือน มี.ค.ปีที่แล้ว ได้ให้รัฐบาลศรีลังกากู้เงิน จำนวน 30,000 ล้านเยน (8,976 ล้านบาท) เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับการก่อสร้างระบบรถไฟฟ้ารางเบา ระยะแรก

ระบบรถไฟฟ้ารางเบาในกรุงโคลัมโบ ระยะทาง 15.7 กิโลเมตร รวม 16 สถานี จะใช้เทคโนโลยีญี่ปุ่น รวมถึงตู้ขบวนรถไฟ โครงการนี้เสร็จสิ้นการวางแผน และการเวนคืนที่ดิน และการก่อสร้างเบื้องต้นได้เริ่มลงมือแล้ว

เงินกู้ของญี่ปุ่นสำหรับโครงการนี้ มีอัตราดอกเบี้ย 0.1% กำหนดเวลาชำระคืนกว่า 40 ปี โดยมีระยะเวลาปลอดหนี้ 12 ปี ก่อนหน้านี้ญี่ปุ่นได้ให้การสนับสนุนเงินทุน สร้างทางด่วนหลายตอนและสะพาน เพื่อลดปัญหาจราจรติดขัดในกรุงโคลัมโบ

ศรีลังกาภายใต้รัฐบาลของอดีตประธานาธิบดีมหินทา ราชปักษา พี่ชายของประธานาธิบดีโกตาพญา และปัจจุบันมหินทาสลับมาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี กู้เงินจำนวนหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อก่อสร้างระบบสาธารณูปโภคขนาดใหญ่ เช่น ท่าเรือ ทางหลวง และทางรถไฟ แต่หลายโครงการถูกยกเลิกโดยรัฐบาลชุดต่อมา ภายใต้การนำของประธานาธิบดีไมตรีปาละ สิริเสนา ทำให้ประเทศเผชิญภาระหนี้สินมหาศาล ส่วนใหญ่เป็นหนี้จีน และส่งผลกระทบหนักต่อแผนโครงการเส้นทางสายไหมใหม่ “หนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง” ของจีน